ABOUT SIAM UNIVERSITY
ประวัติมหาวิทยาลัยสยาม
มหาวิทยาลัยสยาม (Siam University) เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของประเทศไทย และเป็น
สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำที่มีบทบาทในการพัฒนาการศึกษาไทย มหาวิทยาลัยสยามก่อตั้งขึ้นจากวิสัยทัศน์อัน
กว้างไกลของ ดร.ณรงค์ มงคลวนิช ผู้ก่อตั้ง ซึ่งเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา
เพื่อรองรับการพัฒนาประเทศและกำลังคนคุณภาพในอนาคต
มหาวิทยาลัยสยาม ได้รับการจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2516 ตาม
ใบอนุญาตของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเริ่มดำเนินการในนาม “วิทยาลัยเทคนิคสยาม” ในเวลาต่อมา
สถาบันได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนประเภทเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามใบอนุญาตลงวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.
2529 ภายใต้ชื่อ “มหาวิทยาลัยเทคนิคสยาม” และได้รับการแก้ไขข้อกำหนดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับชื่อสถาบัน
เป็น “มหาวิทยาลัยสยาม” ตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัย ลงวันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2532 โดยให้มีผล
บังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2532
มหาวิทยาลัยสยาม ได้พัฒนาและขยายศักยภาพด้านการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง จนก้าวสู่การ
เป็น มหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองให้จัดการเรียนการสอนได้ครบทุกระดับ
ได้แก่ ระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย
และนวัตกรรม
มหาวิทยาลัยสยามมุ่งผลิต บัณฑิตคุณภาพ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงานและ
สังคม ทั้งในระดับชาติ ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ โดยจัดระบบหลักสูตรการศึกษาให้เหมาะสำหรับผู้
ที่กำลังมองหาการศึกษาที่เน้นทั้งวิชาการและวิชาชีพ
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสยามได้รับการจัดอันดับให้อยู่ 1 ใน 100 อันดับแรกของมหาวิทยาลัยที่ดี
ที่สุดทั่วโลกด้านการพัฒนาความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 เป็นต้นมา สะท้อนถึงความ
มุ่งมั่นและความเป็นเลิศในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนในระดับสากล
มหาวิทยาลัยสยามได้รับการจัดอันดับ UI GreenMetric World University Rankings 2025

อันดับโลกที่ 54 (ปี 2025)

อันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยรัฐ และเอกชนของไทย (ปี 2025)

อันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยเอกชนไทย (ต่อเนื่อง) (ปี 2025)

ได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม Gold Ranking: 5 ปีซ้อน

คะแนนด้านการศึกษา (Education & Research): ทำคะแนนเต็ม 1,800 คะแนน เป็นปีที่ 2
ติดต่อกัน (2024-2025)

ได้รับรางวัล “The Most Active University Award 2025” สำหรับสถาบันที่มีบทบาทโดดเด่น
ในการขับเคลื่อนเครือข่ายความยั่งยืน